หลักสูตร 10 Tools For Supervisory Skill

 

3 แนวคิดที่หัวหน้างานยุคใหม่ควรทำ

เราเลือกหัวหน้างานของเราเองไม่ได้ เราไม่สามารถบังคับให้หัวหน้างานคิดเหมือนเราในทุก ๆ เรื่องได้

เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของหัวหน้างานได้ แต่เราสามารถเลือกนำสิ่งดี ๆ

พฤติกรรมดี ๆ ของหัวหน้างานมาปรับใช้ให้ตัวเราเป็นหัวหน้าที่ดีในการปกครอง บังคับบัญชาลูกน้องของเราได้

เพราะความคิด ย่อมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรม และ นิสัย

ผมมีความเชื่อว่า ใครทำอย่างไร ก็ย่อมได้แบบนั้น คิดง่าย ๆ เหมือนเรากำลังส่องกระจกด้วยรอยยิ้ม

เราย่อมได้รอยยิ้มของเราสะท้อนกลับมา ทว่า หากเราทำหน้าบึ้งตึงใส่กระจก รอยบึ้งตึง

แถมตีนกาย่อมสะท้อนกลับมาหาเราได้เช่นเดียวกัน 

การเป็นหัวหน้างานที่ดีนั้น เป็นได้ไม่ยากครับ แค่เรารู้บทบาท รู้หน้าที่ รู้จักบริหารคนให้เป็น

เพราะถ้าเราบริหารคนได้อยู่หมัด ลูกน้องมีความรัก ความศรัทธาต่อหัวหน้างานแล้วนั้น

การทำงานย่อมไม่ใช่เรื่องที่น่าหนักใจ กลับกัน หากวันนี้หัวหน้ายังแสดงพฤติกรรมที่ไม่เข้าท่า

ทั้งวิธีคิด ทั้งคำพูด และการกระทำ ลูกน้องก็คงไม่ยากร่วมหัวจมท้ายไปกับหัวหน้างาน จริงไหมครับ !!

และงานแทนที่จะเดินไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว อาจสะดุดหัวทิ่มก็ย่อมเป็นไปได้

ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ลูกน้องมีความเชื่อ มีความศรัทธา ต่อหัวหน้างาน  

เรามาดู 3 แนวคิดที่หัวหน้ายุคใหม่ควรทำ นั่นคือ

 

1.หัวหน้างานต้องมีแนวคิดเชิงบวกต่อปัญหาที่เจอ

เพราะการทำงานต่อให้วางแผนดีแค่ไหน ย่อมมีโอกาสเกิดความผิดพลาด จากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งที่ควบคุมได้ และควบคุมไม่ได้

เมื่อเกิดปัญหาแล้ว หัวหน้างานต้องลงไปตรวจสอบ หาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น มากกว่ามานั่งบ่น นั่งหาคนผิดแบบนี้เสียเวลาเปล่า

และนอกจากเสียเวลาแล้ว อาจทำให้เสียกำลังใจต่อลูกน้อง ซึ่งหากลูกน้องทำงานผิดพลาดจริง ๆค่อยกลับมาพิจารณาทีหลังก็ได้

ซึ่งหน้าที่ตรงหน้า คือ การแก้ไขปัญหาในสิ่งที่ผิดพลาดเพื่อให้สามารถเดินหน้าไปสู่เป้าหมายนั้น ๆ

และการแก้ไขปัญหานั้น หัวหน้าต้องมีความเชื่อ ต้องคิดในเชิงบวกต่อปัญหาที่เจอ และช่วยกันระดมความคิดจากทุก ๆ คนในทีม

เพื่อสร้างแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน อีกทั้งหากถูกตำหนิจากผู้บริหาร หัวหน้าก็ควรยืดอกรับผิดชอบแทนลูกน้องย่อมดีกว่าโบ้ยเป็นความผิดของลูกน้องซะเอง

ซึ่งการระดมความคิดในการแก้ไขปัญหานั้นหัวหน้างานที่ดีต้องพร้อมรับฟังทุก ๆ แนวทางจากลูกน้อง

เพราะคนอยู่หน้างานทุก ๆ วันย่อมมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าคนที่มองภาพรวมเป็นหลัก

รับฟังและใช้เหตุผลในการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ เพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุดอีกทั้งควรมีแผนสำรองฉุกเฉินหากแผนแรกไม่เป็นไปตามที่คิดไว้  

และประเมินติดตามเป็นระยะ ๆ ถึงแนวทางของการแก้ไขปัญหานั้น ๆ

 

2.หัวหน้างานต้องรู้จักบริหารงานประจำวัน

การทำงานย่อมปราศจากเป้าหมายไม่ได้ เพราะการมีเป้าหมายย่อมทำให้เรามีเข็มทิศที่ชัดเจนในการก้าวไปข้างหน้า

และการทำงานอย่างมีเป้าหมายย่อมสะท้อนถึงคนทำงานอย่างมืออาชีพ

รู้จักมองไปข้างหน้ามากกว่าถอยหลังหรือย่ำอยู่กับที่ ซึ่งหัวหน้างานที่ดีต้องมีแนวคิดเสมือนเป็นเจ้าขององค์กร

คือ การมองไกลทำตรงหน้า หมายถึง การมีวิสัยทัศน์ก้าวไกล พร้อมยอมรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

และนำสิ่งที่คิด มาวางแผน และทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดในสิ่งที่รับผิดชอบ

ดังนั้น ทุก ๆ เช้า ก่อนเริ่มต้นทำงาน หัวหน้างานต้องนั่งคิด นั่งวางแผน เพื่อนำไปสื่อสารกระจายงานให้ลูกน้องได้รับทราบในทิศทางเดียวกัน

เพราะการทำงานต้องเน้น ทีม มากกว่า ตัวคนเดียว รู้จักสื่อสารเพื่อให้เกิดมุมมองในเป้าหมายเดียวกันมากกว่าต่างคนต่างทำ

เมื่อสื่อสารชัดเจน ต่างก็นำแผนที่วางไว้ไปลงมือทำตรงหน้าให้ดีที่สุด ให้เกิดผลลัพธ์ตามที่องค์กรคาดหวังไว้

ซึ่งการบริหารงานที่ดี หัวหน้างานต้องรู้จักติดตามเป็นระยะ ๆ  อย่างน้อย ๆ ก่อนกินข้าวเที่ยว ติดตามงานสัก 1 รอบ

และก่อนกลับบ้านก็ควรติดตามงานครั้งที่ 2 เพื่อประเมินผลงานประจำวัน หากเจอปัญหาต้องรีบแก้ไขทันทีอย่าปล่อยปัญหาให้สะสมทุก ๆ วัน

เพราะปัญหาแม้เพียงเล็กน้องทว่าเราไม่เคยคิดแก้ไข จากเล็กย่อมสะสมเป็นปัญหาใหญ่ได้เช่นกัน  

หัวหน้าควรแก้ไขโดยประเมินว่าเป็นงานที่สำคัญเร่งด่วนไหม ถ้าเป็นงานที่สำคัญเร่งด่วน

ควรรีบแก้ไขทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะไม่อย่างนั้นปัญหาอาจเลวร้ายลงก็ย่อมได้

 

3.หัวหน้างานต้องรู้จักถนอมน้ำใจคนร่วมงาน

การทำงานในแต่ละวันย่อมต้องติดต่อกับคนหมู่มาก ไม่ว่าจะเป็นจากทีมของตนเอง แผนกข้างเคียง หรือลูกค้าภายนอกที่มาติดต่องาน

สิ่งที่มืออาชีพทุก ๆ ตำแหน่ง ควรทำ นั่นคือ การถนอมน้ำใจคนร่วมงาน โดยไม่แสดงกิริยา วาจาที่ไม่สุภาพ ทำให้คนอื่น เสียหาย เสียหน้า เสียใจ และเสียความรู้สึก

จากอารมณ์ของเรา ซึ่งหากมองในเชิงของการเป็นหัวหน้างานที่ดีนั้น เวลาลูกน้องทำงานผิดพลาด

หัวหน้างานที่ดีไม่ควรดุ ด่า ว่ากล่าวตักเตือนลูกน้องคนนั้นต่อหน้าลูกน้องคนอื่น ๆควรตักเตือนแบบ ตัว ต่อ ตัว

มากกว่าประจานความผิดพลาดให้คนอื่นรับรู้ ซึ่งเข้าข่าย  เสียหาย เสียหน้า เสียใจ และเสียความรู้สึก

อีกทั้งการว่ากล่าวตักเตือน ก็ควรพูดจาด้วยการให้เกียรติลูกน้อง ไม่ใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ ใช้สีหน้าที่โกรธทำให้ลูกน้องกลัว

แต่ควรใช้เมตตา ถามไถ่ถึงสิ่งที่ลูกน้องทำเพื่อให้เกิดการปรับปรุงตนเองจากลูกน้องโดยอาจใช้หลักการโค้ช

นั่นคือ ตั้งคำถามในเชิงบวกเพื่อค้นหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงจากตัวของลูกน้องเองหรือ

การให้โอกาสแก้ไขความผิดพลาด และแนะนำแนวทางปฏิบัติในการทำงานต่อไป

แบบนี้ย่อมได้ใจจากลูกน้องและลูกน้องย่อมเกิดแนวคิดพัฒนาตนเอง เพราะคงไม่มีใครอยากทำผิดพลาดซ้ำสอง จริงไหมครับ !!

หวังว่า ทั้ง 3 แนวคิด 3 แนวทาง จะทำให้คนที่เป็นหัวหน้างานทุกท่าน

มีหลักในบริหารงาน บริหารคน และแนวคิดทั้ง 3 ข้อคงไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปสำหรับหัวหน้างานทุกท่าน

ลองนำไปใช้แล้วท่านจะเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน เชื่อผมเถอะ ++

ผู้เขียน มงคล กรัตะนุตถะ

วิทยากร นักเขียน ที่ปรึกษา กรรมการบริหาร บริษัท ด็อกเตอร์ฟิช จำกัด

 

สถาบันฝึกอบรมด็อกเตอร์ฟิชพร้อมพัฒนาหัวหน้างานท่านด้วยหลักสูตร

10 ทักษะเพื่อก้าวสู่สุดยอดหัวหน้างานที่เจ้านายรักลูกน้องยอมรับ รุ่น 2

วันที่จัดอบรม

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563  เวลา 09.00 - 16.00 น.

สถานที่

โรงแรมจัสมิน ซิตี้โฮเต็ล กรุงเทพมหานคร  (MRT สุขุมวิทและ BTS อโศก)

โปรโมชั่น

สมัครเรียน 1 ท่าน ฟรี 1 ท่าน ในราคา 3,500 บาท

(ราคายังไม่รวม Vat 7% และหัก ณ ที่จ่าย 1.5%

วัตถุประสงค์ :

  1. เพื่อให้หัวหน้างาน รู้จัก เข้าใจบทบาทของการเป็นหัวหน้างานที่เจ้านายรักลูกน้องยอมรับ
  2. เพื่อให้หัวหน้างาน แสดงบทบาทภาวะผู้นำในการปกครอง ดูแลสร้างแรงจูงใจต่อผู้ใต้บังคับบัญชาให้สามารถทำงานตามเป้าหมายในแต่ละวัน
  3. เพื่อให้หัวหน้างาน มีความกล้า มีความมั่นใจ ในการมอบหมายงาน การติดตามงาน การสอนงานต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
  4. เพื่อให้หัวหน้างานมีความรู้ความเข้าใจในหลักของการสร้างทีมงานเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

หัวข้อการอบรม :

ทักษะที่ 1 บทบาทหน้าที่ของหัวหน้างานที่ต้องทำในแต่ละวัน (Duty & Rutine)

ทักษะที่ 2 ภาวะผู้นำสำหรับหัวหน้างานที่ลูกน้องเชื่อชอบและทำตาม (Leadership Skill)

ทักษะที่ 3 เทคนิคการแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจ (Problem Solving & Decesion Making)

ทักษะที่ 4 เทคนิคการบริหารงานและการจัดลำดับความสำคัญในการทำงานเพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ (Management Skill)

ทักษะที่ 5 วิธีการประชุมงานประจำวันและการบันทึกรายงาน (Morning Talk)

ทักษะที่ 6 ศิลปะในการมอบหมายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาให้เกิดผลลัพธ์ (Job Assignment)

ทักษะที่ 7 วิธีการติดตามผลงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาให้เกิดผลลัพธ์ (Follow up)

ทักษะที่ 8 ทักษะการทำงานเป็นทีม เพื่อสร้างทีมงานให้มีประสิทธิภาพ (Teamwork)

ทักษะที่ 9 แนวทางการสร้างขวัญและกำลังใจในการจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชา (Motivation Skill)

ทักษะที่ 10 แนวทางการพัฒนาตนเอง เพื่อก้าวสู่สุดยอดหัวหน้างาน (Self Development)

บทสรุป ถาม-ตอบ และสร้าง Commitment ของการเป็นหัวหน้างานที่ดี

ประโยชน์ที่องค์กร และ ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  1. ผู้เข้าอบรมมีทักษะ ในการเป็นหัวหน้างานที่ดี มีคุณภาพ เจ้านายรัก ลูกน้อง เชื่อ ชอบ ทำตาม
  2. ผู้เข้าอบรมมีความรู้และสามารถปฏิบัติงาน ตามบทบาทหน้าที่ของตัวเองได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน
  3. ผู้เข้าอบรมมีความรู้ในทักษะต่าง ๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

กลุ่มเป้าหมาย

  • ระดับหัวหน้างานขึ้นไป หรือผู้ที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง (Promote) ขึ้นเป็นหัวหน้างาน

รูปแบบการสัมมนา

  1. การบรรยาย      40 %
  2. เกมส์ / กิจกรรมกลุ่ม / ฝึกปฏิบัติ Workshop และการนำเสนอผลงานกลุ่ม    50%
  3. กรณีศึกษา และดูภาพยนตร์ 10%

โปรโมชั่น

สมัครเรียน 1 ท่าน ฟรี 1 ท่าน ในราคา 3,500 บาท

(ราคายังไม่รวม Vat 7% และหัก ณ ที่จ่าย 1.5%)

 

เกร็ดความรู้ในการเป็นผู้นำที่ดี
 
 
 

 

 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ 083-6224415 (คุณจิราวรรณ)

 

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 339,293