ผู้นำ กับ กลยุทธ์ในการพัฒนาคนและองค์กร

ผู้นำ คือ คนที่สามารถปกครอง ดูแล มอบหมาย สอนงาน ติดตามงาน สร้างแรงจูงใจ และคิดในเชิงกลยุทธ์

เพื่อนำทีมไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ถือว่าเป็นบทบาทที่สำคัญมาก ๆ ที่ผู้นำต้องตระหนัก และเรียนรู้ในการเป็นผู้นำที่ดี

หลาย ๆ องค์กรแต่งตั้งผู้นำขึ้นมาจากระบบอาวุโส หรือ คนที่ทำงานมานาน แต่ลืมมอบวิธีคิดในการเป็นผู้นำ

คิดว่า เขาทำงานมานาน รู้งานเยอะ ก็น่าจะเป็นผู้นำได้ แต่เปล่าเลยครับ

ผู้นำบางคนเข้าใจบทบาทก็สามารถบริหารงาน บริหารคนได้ แต่บางคนกับใช้อำนาจในทางที่ไม่ดี

ทำให้ลูกน้องไม่อยากทำงานด้วยและนั่นเป็นสาเหตุทำให้ไปถึงเป้าหมายค่อนข้างยาก

ในบทนี้ ผมขอสะท้อนมุมคิด ในการเป็นผู้นำ ที่ต้องมีกลยุทธ์ในการพัฒนาคนและองค์กร

เพราะ เป้าหมายที่ชี้วัดในการเป็นผู้นำที่ดีได้นั้น คือ ราบรื่น  และ ประสบความสำเร็จ

  1. ราบรื่น

หมายถึงการบริหารทีมงานของตนเอง ทุกคน รักใคร่ สามัคคี ช่วยกันแก้ไขปัญหา มากกว่าสร้างปัญหา

  1. ประสบความสำเร็จ

หมายถึง ผลงานบรรลุตามเป้าหมายที่ผู้บริหารต้องการ นั่นคือ กำไรเยอะ ของเสียน้อย

และพฤติกรรมในเชิงผู้นำที่ต้องมีในการบริหารคนและองค์กร เพื่อให้สามารถกำหนดทิศทางได้ชัดเจนมากขึ้น คือ

1.มีทัศนคติที่ดีและมององค์กรเสมือนเราคือเจ้าของ

เพราะวิธีคิด ย่อมนำมาซึ่งวิธีการ หากผู้นำเป็นคนที่มองในเชิงบวก กล้าคิด ไม่ยึดติดกรอบคิดเดิม ๆ มองปัญหา

มีทางออกเสมอ และนำมาพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ผู้นำคนนั้นย่อมได้ใจหัวหน้าตนเอง และลูกน้องแน่นอน

อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างในการสร้างความคิดที่ดี ถ่ายทอดสู่ลูกน้องให้เกิดการทำในเชิงพฤติกรรมเดียวกัน

ปลูกฝั่งจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดี  ทำงานด้วยระบบ แต่แฝงความเป็นพี่น้อง ให้เกียรติซึ่งกันและกัน

อีกทั้ง ยอมรับในการเปลี่ยนแปลงได้ หากองค์กรมีการปรับเปลี่ยนเพื่อพร้อมในการแข่งขันกับองค์กรภายนอก

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ผู้นำ จะต้องถ่ายทอดวิธีคิดออกมาให้ลูกน้องรับทราบ เพื่อนำไปปฏิบัติในเชิงรูปธรรมต่อไป

 

2.สรรหา คนดี คนเก่ง และให้โอกาสในการพัฒนา

กว่าจะหาคนเข้ามาร่วมทีมได้นั้น ค่อนข้างยากในปัจจุบัน แต่หากค้นพบเพชรเม็ดงามได้แล้วก็ควรเก็บรักษา

และพัฒนาเขาให้กลายเป็นเพชรที่เปล่งประกาย หน้าที่ของผู้นำ ต้องคิดเสมอว่า จะทำอย่างไร

ให้ลูกน้องตนเอง เก่ง และ ดี การให้โอกาสในการพัฒนาฝีมือในการทำงาน

ย่อมต้องถูกนำมาใช้ให้ลูกน้องเกิดการตระหนักและเรียนรู้ เพื่อวันหนึ่งเขาจะเติบโตกลายมาเป็นผู้นำที่ดีได้

ซึ่งหากเขาทำดี ก็ควรสร้างแรงจูงใจ ด้วยคำชม แต่หากเขาทำผิดพลาด ก็ต้องให้  feedback ในเชิงสร้างสรรค์

เพื่อให้เขาเกิดการพัฒนาตนเอง

 

3.กล้าเปิดใจสื่อสารร่วมกัน

เพราะการฟัง ย่อมทำให้เราเกิดมุมมองที่หลากหลาย มากกว่า ใช้ความคิดจากตนเองฝ่ายเดียว

การเป็นผู้นำ ทักษะหนึ่งที่ค่อนข้างสำคัญมาก ๆ นั่นคือ การฟัง โดยเฉพาะกล้าเปิดใจ รับฟัง

ความคิดเห็นของลูกน้องในการทำงาน เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการทำงานให้พัฒนาขึ้น

อีกทั้ง หากเรากล้าเปิดใจรับฟัง ย่อมทำให้ลูกน้องกล้าคิด กล้าแสดงความคิดเห็น อันนำมาสู่บรรยากาศที่ดี

ในการทำงานร่วมกัน

 

4.รู้จักสร้างแรงจูงใจในเชิงบวก

เพราะบางครั้ง การทำงานย่อมมีปัญหา และปัญหานั้น ๆ หากไม่ถูกแก้ไขย่อมบั่นทอนกำลังใจในการทำงานได้ครับ

ผู้นำที่ดี ต้องรู้จักสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน รู้จักสร้างแรงจูงใจในเชิงบวก และสามารถให้คำปรึกษาทั้งเรื่องงาน

และเรื่องส่วนตัวต่อทีมงานได้ และสิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มต้นจากผู้นำ คือ การสร้างแบบอย่างที่ดี

สร้างให้ลูกน้องเกิดความเชื่อถือในการทำงาน เชื่อถือในประสบการณ์

และเกิดความชอบ ในการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ร่วมกัน ซึ่งแรงจูงใจนับว่าสำคัญมาก ๆ ในการทำงาน

เพราะหากคนเรามีจิตใจที่ดี เข้มแข็งการทำงานย่อมมีประสิทธิภาพตามมาแน่นอนครับ

 

5.มีมุมมองต่อลูกค้าในเชิงบวก

เพราะองค์กรจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ย่อมต้องมีลูกค้าคอยค้ำจุน ซื้อสินค้า และบริการ

เพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในองค์กร นำมาจ่ายเงินเดือนพนักงาน และต้นทุนต่าง ๆ

หากเราอยู่ในภาคการผลิต

ก็ต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ไร้ของเสีย เพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่น เชื่อถือในสินค้า และซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง

หากเราอยู่ในภาคบริการ

ต้องทำให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ เกิดความประทับใจ และกล้าบอกต่อสิ่งดี ๆ ที่เราบริการจนเกิดลูกค้าคนอื่น ๆ ต่อไป

ในฐานะของผู้นำ ต้องถ่ายทอดแนวคิดในเชิงธุรกิจให้ลูกน้องเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการทำงาน

เพื่อสร้างให้องค์กร สวยงาม , มั่นคง และเติบโต

สวยงาม = ภาพลักษณ์ดีในการบริการทั้งภายในและภายนอก

ความมั่นคง = องค์กรมีความมั่นคงทางการเงิน

การเติบโต = องค์กรมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีสาขามากขึ้น และทำให้คนในองค์กรมีการเติบโตต่อไป

ซึ่งหากเราทำให้องค์กรมีความสวยงาม นั่นคือ มีภาพลักษณ์ของสินค้าและบริการที่ดี ความมั่นคง

และการเติบโตย่อมตามมาแน่นอนครับ

 

6.ใช้คนให้ถูกกับงาน

การทำงานในเชิงผู้นำ คือ การเลือกใช้คนทำงานให้เหมาะสมกับงานนั้น ๆ ผู้นำ ต้องวิเคราะห์คนเก่ง

และการวิเคราะห์คนได้นั้น ต้องเป็นนักสังเกตการณ์ ซึ่งการลงมาหน้างานบ่อย ๆ

จะทำให้เราเห็นการทำงานลูกน้องชัดเจนขึ้น และรู้ว่า งานไหนใครควรทำ หรือ บางครั้งการลงหน้างานเพื่อสอนงาน

ให้คำปรึกษาในเรื่องของการทำงาน ก็ทำให้ลูกน้องเกิดความเข้าใจในเนื้องานนั้น ๆ

เมื่อลูกน้องมีความเข้าใจในการทำงานมากขึ้น ความผิดพลาดก็จะน้อยลงตามมาเช่นเดียวกันครับ

 

7.สร้างความสามารถในเชิงพฤติกรรมเพื่อพัฒนาความสามารถของตนเอง

การทำงานนอกจากการวัดเชิงเป้าหมาย ที่วางไว้แล้ว ทุก ๆ ครั้งที่เราทำงาน เราย่อมได้ ประสบการณ์ ความสามารถ

ที่เกิดขึ้นติดตัวเราไป และสิ่งนั้นไม่มีใครนำไปจากเราได้ครับ ผู้นำต้องรู้จักสร้างกรอบในการพัฒนาความสามารถ

ในเชิงพฤติกรรม เพื่อให้ลูกน้องเกิดการตระหนักเรียนรู้ และเข้าใจว่า การพัฒนาตนเองเป็นสิ่งที่สำคัญ

เพื่อทำให้เกิดความกระหายอยากพัฒนาตนเอง ซึ่งนั่นจะทำให้ทุกคนมีผลงานที่ดีขึ้น

ดังนั้น จงสร้างวิธีคิด ให้ลูกน้องเห็น ว่าการพัฒนาตนเอง เป็นสิ่งที่ดี และ ทำให้ดูเป็นแบบอย่าง

โดยเริ่มจาก

  1. การเป็นนักอ่านในยามว่างจากการทำงาน
  2. การแนะนำช่องทางต่าง ๆ ในการพัฒนาตนเองจากเว็บไซต์
  3. การนำเสนอความคิดเห็นในการปรับปรุงงาน

เหล่านี้จะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนครับ

 

สรุป

การเป็นผู้นำ ใคร ๆ ก็เป็นได้ครับ แต่การเป็นผู้นำที่ดีได้นั้น เราต้องมีการคิด วางแผน อย่างมีกลยุทธ์

และลงมือทำ เพื่อสร้างการเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกน้องยึดถือนำไปปฏิบัติตามในอนาคต

หวังว่า ทั้ง 7 ข้อ จะทำให้เราเข้าใจและมีกลยุทธ์ในการพัฒนาทีมงานเพื่อเป้าหมายขององค์กรครับ

 

ข่าวดี สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าองค์กรที่สนใจการพัฒนาหัวหน้างาน

สถาบันฝึกอบรมด็อกเตอร์ฟิช ขอนำเสนอหลักสูตร

การพัฒนาหัวหน้างาน  In House Training แบบ New Normal

จำกัดคนเรียนไม่เกิน 20 ท่าน ในราคาพิเศษ

เพียง 10,000 บาท (ราคาไม่รวม Vat 7% และ หัก ณ ที่จ่าย 3%)

สนใจรายละเอียดฝึกอบรม สามารถติดต่อคุณ จิราวรรณ วัชระไพโรจน์

โทร 0836224415 

โปรโมชั่นนี้เพียง 2 เดือน 1 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2564 เท่านั้น

 

Visitors: 507,116