10 พฤติกรรม ผู้นำ VS ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ

ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำแล้ว ต้องเป็นผู้นำที่สามารถนำงาน นำคน ไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกันให้ได้

ไม่ใช่เป็นผู้นำที่คอยชี้นิ้วสั่งงานกับลูกน้องเพียงอย่างเดียว 

แต่ต้องรู้จักช่วยเหลือลูกน้องในยามที่ลูกน้องติดปัญหา เพราะสุดท้ายแล้ว ต่อให้ผู้นำเก่งแค่

ไหนก็ไม่สามารถทำงานเพียงตัวคนเดียวได้ครับ ดังนั้นคำว่า TeamWork จึงสำคัญต่อการทำงานร่วมกันในองค์กร

โดยมีบทบาทความรับผิดชอบที่แตกต่างกันไประหว่าง ผู้นำ และ ผู้ตาม ซึ่งผู้ตามมองผู้นำอยู่ทุก ๆ วัน

หากวันนี้เราเป็นผู้นำที่มีจิตใจที่ดี รู้จักใช้ “ใจ” และ “อำนาจ” ให้สมดุลกัน ย่อมทำให้การปกครองคนไม่ยากครับ

ซึ่งในมุมมองผมนั้น การใช้ใจในการปกครองคนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เพราะหากถอดหัวโขนนั่นคือ ตำแหน่ง

ที่สวมใส่อยู่นั้น เรานั้นสามารถเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง กับผู้ตามได้ ไม่ใช่ต้องวางตัวสูงจนผู้ตามเอื้อมไม่ถึงนะครับ

ซึ่งการปกครองคนต้องรู้จักยืดหยุ่นมีความเป็นกันเองมาก ๆ แต่ก็มีความเด็ดขาดหากลูกน้องทำผิดพลาดซึ่งส่งผลเสีย

ต่อภาพรวมในการทำงานเช่น หากลูกน้องมาสายในการทำงานและมีผลกระทบกับงาน ผู้นำก็ต้องกล้าเรียกมาพูดคุย

ตักเตือน แนะนำเพื่อให้ผู้ตามนั้นปรับพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น เพราะหากผู้นำนิ่งเฉยและปล่อยวาง

ย่อมทำให้ผู้ตามคนอื่น ๆ เห็นเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี และอาจมีพฤติกรรมลอกเลียนแบบในทางที่ผิดได้นะครับ

ผิดก็ต้องว่าไปตามที่ผิด หากทำดีก็ควรชื่นชมเป็นรางวัลโดยที่ไม่ต้องใช้เงินแลกใจ แต่ใช้ใจและใจครับ

ในบทความนี้ผมจะพาผู้อ่านไปศึกษาพฤติกรรม ผู้นำ VS ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ 10 แบบเพื่อใช้ในการทบทวนตนเอง

หากเรานั้นได้ขึ้นเป็นผู้นำ ก่อนไปดู 10 พฤติกรรม ขอขยายความผู้นำ และ ภาวะผู้นำ ให้เข้าใจกันเล็กน้อยครับ

ผู้นำ

คือ คนที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นมาปกครองคนให้สามารถทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่สนใจที่จิตใจคน

สนใจเพียงแต่งานอย่างเดียว ซึ่งผู้นำแบบนี้มีเยอะนะครับจากประสบการณ์ที่ผมเห็นมา และทำให้ผู้ตามลาออกมา

ก็เยอะเพราะใช้เพียงแต่อำนาจ เวลาได้ความดีความชอบก็เข้าตนเอง เวลาทำผิดพลาดก็มักหาแพะรับบาปครับ

ภาวะผู้นำ

คือ คนที่ไม่ได้มีตำแหน่งในการปกครองคน แต่มักมีใจในการทำงาน มีความรับผิดชอบที่สูง ชอบช่วยเหลือคน

อื่น ๆ กระตุ้นและพร้อมให้กำลังใจคนอื่นเสมอหากเกิดความผิดพลาด คนเหล่านี้มักมีพรสวรรค์ของการเป็นผู้นำมาก ๆ

เพียงแต่บางครั้งอาจไม่ได้มีตำแหน่งที่สูงในการบริหารงานและบริหารคน

ซึ่งถ้าเรานำคำว่า “ผู้นำ” และ “ภาวะผู้นำ” มารวมกันจะได้คำว่า “ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ

ซึ่งต้องใช้ศาสตร์และศิลปะในการบริหารคน บริหารงาน และรู้จักสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ผ่าน 10 พฤติกรรมดังต่อไปนี้

 

1.ผู้นำ (ไม่รับฟัง)

ไม่รับฟังความคิดเห็นของลูกน้องเพราะเขาเชื่อมั่นต่อความคิดของตนเองว่าดีที่สุด

ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ (รับฟัง)

รับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง เพราะ เขาเชื่อว่า หากทุกคนช่วยกันออกไอเดียโดยไม่ปิดกั้นความคิดเห็นของลูกน้องย่อมทำให้การทำงานเกิดการพัฒนาในทางที่ดีและฝึกให้ลูกน้องกล้าแสดงออก

 

2.ผู้นำ (นั่งอยู่บนหอคอย)

ไม่ลงไปดูหน้างานเพราะเขามักจะสนใจเพียงงานตนเองอย่างเดียว

ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ (ร่วมคิดกับลูกน้อง)

ร่วมคิดในการแก้ไขปัญหาที่หน้างานกับลูกน้อง

เพราะเขาเชื่อว่าการเดินดูหน้างานย่อมทำให้เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นมากกว่ารอรายงานเพียงอย่างเดียว

 

3.ผู้นำ(โทษคนอื่น)

โยนความผิดให้ลูกน้องเพราะขาดภาวะความเป็นผู้นำ และ คิดว่าได้เน้นย้ำกับลูกน้องไว้แล้วให้ระมัดระวัง

ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ (รับผิดชอบผลงาน)

จะออกหน้ารับผิดชอบก่อนลูกน้อง ถึงแม้จะได้เน้นย้ำไว้แล้ว

เพราะเขาคิดว่าตนเองบกพร่องที่ไม่ได้ตรวจสอบงานให้ดีก่อนส่งมอบ และเป็นหน้าที่ของผู้นำที่ดี

ที่รับความผิดพลาดเพื่อนำมาพูดคุยกับลูกน้องในการป้องกันปัญหานั้นต่อไป

 

4.ผู้นำ (รับความดีเข้าตัว)

รับความดีความชอบเข้าตัวเพราะคิดว่า เป็นคนคิด วางแผน และตัดสินใจในภาพรวมทั้งหมด
ซึ่งความดีนั้นควรเข้าตัวมากกว่าให้ลูกน้อง

ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ (ให้ความดีต่อลูกน้อง)

เขาจะคิดเสมอว่า ถึงแม้จะเป็นคนตัดสินใจแต่คนปฏิบัติงาน คือ ลูกน้องตาดำ ๆ

ดังนั้นความดีทั้งหมดควรให้ลูกน้องเพื่อขวัญและกำลังใจที่ดีในการพัฒนางานให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป

 

5.ผู้นำ(เข้างานสาย)

เข้างานกี่โมงก็ได้เพราะไม่ต้องสแกนนิ้วมือเข้างาน ทำงานในเชิงภาพรวมไม่ต้องปฏิบัติจริงเข้างานกี่โมงก็ได้

ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ (มาก่อนเวลาเสมอ)

เขาจะคิดเสมอว่าการจะแนะนำคนอื่นได้ ตนเองต้องเป็นตัวอย่างที่ดี คือ การลงมือทำให้เห็น

โดยเฉพาะเรื่องการของมาทำงานที่ต้องมาก่อนเวลาเข้างานอย่างน้อย 30 นาทีเพื่อเตรียมพร้อมในการทำงาน

ให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด และหากลูกน้องมาสายเขาจะได้เตือนลูกน้องอย่างเต็มปากครับ

 

6.ผู้นำ(สั่งอย่างเดียว)

มักจะสั่งงานเพียงอย่างเดียวเพราะเขามีอำนาจจะให้ลูกน้องทำงานชิ้นไหนก็ได้ 
โดยที่ไม่เคยทำใจลูกน้องว่าทำไหวหรือไม่ไหว

ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ(สั่งและสอน)

เพราะเขารู้ว่า หากวันหนึ่งลูกน้องทำงานได้ดีมีความสามารถ จะได้มีเวลาไปคิดพัฒนางานด้านอื่น ๆ

มากกว่าที่ต้องมานั่งปวดหัวแก้ไขปัญหาในจุดเดิม ๆ ดังนั้นเขาจะทุ่มเทเวลาส่วนหนึ่งในการพัฒนาลูกน้อง

โดยฝึกให้ลูกน้องทำงานที่สำคัญ ๆ มากขึ้นเพื่อสร้างลูกน้องให้เก่งคิด เก่งงาน และเก่งคน เผื่ออนาคตจะได้

เติบโตเป็นผู้นำที่ดี

 

7.ผู้นำ (สนใจแต่เป้าหมาย)

เพราะถูกบีบผลงานจากเบื้องบน จนเกิดความกดดันและคุยแต่งานอย่างเดียวโดยไม่ใส่ใจความรู้สึกของคนทำงาน

ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ (ใส่ใจความรู้สึก)

ถึงแม้จะถูกบีบผลงานจากเบื้องบน แต่เขาจะรู้ว่าการทำงานให้ได้เป้าหมายนั้น ต้องเกิดจากความเต็มใจ

และความสุขของคนทำงาน นั่นคือ ลูกน้อง เพราะหากลูกน้องมีปัญหาติดพันมาจากที่บ้านย่อมยากครับ

ที่เขาจะมีความคิดสร้างสรรค์ ทุ่มเทรังสรรค์ผลงานให้ดี ซึ่งผู้นำเขาจะพูดคุยกับลูกน้องทันทีหากเห็นว่า

มีสิ่งที่ผิดปกติในการทำงาน เพื่อเคลียร์ปัญหาและหาทางช่วยลูกน้องให้ทำงานได้ดีขึ้น

 

8.ผู้นำ (ใช้อารมณ์เหนือเหตุผล)

คนพวกนี้ชอบใช้อารมณ์เวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ โดยเฉพาะผลงานที่เกิดความผิดพลาด

ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ (ใช้เหตุผลนำอารมณ์)

เพราะเขารู้ว่า โมโห หงุดหงิด เครียด ฯลฯ ก็เป็นทุกข์ครับ สู้ใช้สติในการแก้ไขปัญหาย่อมดีกว่า

เพราะหากใช้แต่อารมณ์ย่อมทำให้ลูกน้องไม่กล้าเข้าหาและเกิดรอยร้าวในการทำงานได้ครับ

 

9.ผู้นำ (เลือกที่รักมักที่ชัง)

คนพวกนี้หากเจอลูกน้องประเภทประจบประแจง สอพลอ มักรักลูกน้องคนนั้นมาก ๆ ถึงแม้ผลงานจะไม่ได้เรื่อง

ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ (มีความยุติธรรม)

เพราะการปกครองคนนั้น หากลำเอียง ไม่ได้ที่ผลงานเป็นหลักย่อมส่งผลถึงขวัญและกำลังใจในการทำงาน

และอาจทำให้คนทำงานที่ตั้งใจ แต่ไม่ใช่ลูกรักผู้นำน้อยเนื้อต่ำใจจนผลงานไม่ได้ประสิทธิภาพได้ครับ

ทางที่ดี ดูที่ผลงานเป็นหลัก ใครทำดีชื่นชมต่อหน้าคนอื่น ๆ ในทีมให้เป็นเยี่ยงอย่าง ใครทำผิดพลาด ก็เรียกมาแนะนำ สอนงานให้ดีขึ้นเป็นการส่วนตัว

 

10.ผู้นำ (ไม่วางแผน)

เพราะคิดว่าทุก ๆ งานโยนให้ลูกน้องเป็นคนปฏิบัติ ตนเองแค่ควบคุมให้ได้ผลงานเพียงอย่างเดียว

ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ (วางแผนงานเสมอ)

เพราะเขาคิดว่า การวางแผนถึงแม้ไม่การันตีความสำเร็จ แต่การวางแผนที่ดีรู้จักมองการณ์ไกล 
คาดการณ์อนาคตจะทำให้ผลงานออกมาดีในเชิงรูปธรรมมากกว่านั่งเทียนเขียนรายงาน และสร้างแบบอย่างที่ดีถ่ายทอด DNA 
ไปสู่ลูกน้องให้รู้จัก คิด วางแผน และทำงานอย่างมีระบบ มีแบบแผน มากกว่าทำงานตามใจฉันครับ

 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการทบทวนตนเอง โดยเฉพาะท่านใดที่เป็นผู้นำ

ลองดูว่าเราเป็นผู้นำแบบไหนครับ เราเลือกผู้นำไม่ได้ แต่เราเลือกเป็นผู้นำที่ดีได้ครับ

ทุกอย่างอยู่ที่ความคิด และทัศนคติของเราครับ

 

ท่านสามารถติดตาม Dr.fish ได้ทาง Line แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยทำตามขั้นตอน คือ

1.ค้นหา ID : Dr.fish กรุณากดลิงก์ด้านล่าง หรือค้นหา ID "@dr.fish" ที่ LINE หรือ LINE@ 

(กรุณาใส่ "@" ด้วย) แล้วเพิ่มเป็นเพื่อนของคุณ

 2. คลิก Link http://line.me/ti/p/%40dr.fish

 

ประโยชน์ที่จะได้รับในการเป็นเพื่อนกับ dr.fish คือ

1.ได้รับข้อมูลการพัฒนาตนเองที่เป็นประโยชน์ วิธีคิดในเชิงบวก ทุกเช้า 7.30 น.ทุกวัน

2. สามารถปรึกษาการทำงาน วิธีคิดได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเกรงใจครับ ยินดีมาก ๆ ครับ

 

คิดบวก คิดถึง Dr.fish

เขียนโดย อ.มงคล กรัตะนุตถะ

วิทยากร นักคิด นักเขียน 

 

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 262,580