มนุษย์สัมพันธ์ดี ใคร ๆ ก็รัก

การวางแผนช่วงเวลาการทำงานให้ประสบความสำเร็จ นอกจากการมีเป้าหมาย มีกระบวนการคิดที่ดี มีการลงมือทำ

สิ่งที่สำคัญ นั่นคือ การมีเพื่อนที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำงาน

ไม่มีใครประสบความสำเร็จโดยขาดการช่วยเหลือซึ่งกันและกันหรอกครับ

 

ใครเป็นหัวหน้างาน ก็ต้องมีลูกน้องคอยช่วยผลักดันเป้าหมาย นโยบายไปข้างหน้า

ถึงแม้เราจะเก่งแค่ไหน ก็ต้องมีทีมที่ดีคอยช่วยกัน

ในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันนั้น คนหลาย ๆ คนชอบพูดมากกว่าการกระทำจริงไหมครับ ?

ถ้าเราพูดดี พูดสร้างสรรค์อันนี้ก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าเกิดเราสรรหาคำพูดที่เสียดสี พูดไม่สร้างสรรค์

ทำให้คนอื่น ๆ เสียหาย เสียหน้า เสียใจ หรือเสียความรู้สึก อันนี้ถือว่า "ใช้ไม่ได้"  และคงยากที่จะมีเพื่อนแท้คอยช่วยเหลือกัน

ดังนั้นจะดีกว่าไหมถ้าเราทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ เพื่อการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อตัวเราและคนรอบข้าง

ผมมีวิธีในการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ง่าย ๆ แต่ได้ผลซึ่งผมมักจะใช้ในการทำกิจกรรมกับผู้เข้าอบรมอยู่บ่อย ๆ

อย่างไม่เคอะเขิน มีทั้งหมด 10 ท่า ไม่ยาก ครับ ถ้าพร้อมแล้วตามมาดูกัน

เริ่มจาก 2 ท่าแรกใช้ในการสื่อสาร ทักทายกัน

1.ยิ้ม

เมืองไทยเราได้ชื่อว่า "สยามเมืองยิ้ม" ที่ใคร ๆ ต่างพบเห็นก็จะมีความสุขกับรอยยิ้มของเรา

ดังนั้น ตื่นเช้ามา เราเพียงแค่ฉีกยิ้มบาง ๆ แต่ถ้าให้ดีเห็นฟันขาว ๆ ด้วยยิ่งดี

การยิ้มให้กันนอกจากเป็นการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีแล้ว ยังทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกผ่อนคลาย

และเขาก็จะยิ้มตอบเราเองโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะหัวหน้างานที่จะต้องยิ้มให้ลูกน้องอย่างจริงใจ

หรือเพื่อนร่วมงานยิ้มให้กัน โลกสดใสแน่นอนด้วยการยิ้มของเราครับ

ดีกว่าตีหน้ายักษ์ใส่กันทุกเช้า จริงไหมครับ พี่น้อง

 

2. สวัสดีครับ / ค่ะ

เป็นวัฒนธรรมที่ดีมาก ๆ ครับ ถ้าหลาย ๆองค์กรปลูกฝังให้รักการเคารพนอบน้อม ต่อผู้หลักผู้ใหญ่ หรือผู้ที่อาวุโสกว่า

สังคมในการทำงานจะน่าอยู่มาก ๆ ครับ หรือจะยกมือไหว้คนที่มีอายุเท่ากันก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

หรือคนที่เป็นหัวหน้าก็สามารถไหว้ลูกน้องที่มีอายุมากกว่า ก็น่าชมอยู่ครับ

ดังนั้นการไหว้ไม่เสียเงิน ฝึกไหว้กันไว้ แล้วสิ่งดี ๆ จะตามมาครับ

ถัดมาเราจะมาเรียนรู้การ ชื่นชมคนอื่นด้วยใจจริงกันบ้างครับ ว่าแต่มีท่าอะไรบ้างตามมาครับ

 

3.สุดยอดครับ

ท่านี้เราสามารถแสดงออกด้วยการ "ชูนิ้วโป้งขึ้น"

อย่าชูนิ้วโป้งลงนะครับ เดี๋ยวเขาน้อยใจ และยิ้มให้เขาผู้นั้นด้วย

จากนั้นพูดคำว่า “สุดยอดครับ กรณีเป็นผู้ชาย หรือ หากเป็นผู้หญิง ก็พูดคำว่า “สุดยอดค่ะ”

เท่านี้เขาก็จะรับรู้ว่าเราชมเขาแล้วครับ คราวนี้เขาจะทำงานถวายหัว สู้ไม่ถอยแน่นอน รับรอง

 

4.ปรบมือ

ท่านี้ง่าย ๆ ครับ แค่เราปรบมือให้เขา และพูดคำว่า “เยี่ยมมากครับ”

กรณีเป็นผู้ชาย หรือ หากเป็นผู้หญิง ก็พูดคำว่า “เยี่ยมมากค่ะ” ใช้ในการชื่นชมคนอื่นได้เช่นเดียวกัน

 

5ยินดีด้วย

กำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นเมื่อเราเห็นคนที่เขาประสบความสำเร็จ อย่าไปอิจฉา ริษยาเขาเลย

หรือต่อหน้าดีใจ ลับหลังจิกด่า ก็อย่าทำนะ มันไม่ดี เข้าไปแสดงความดีใจทั้งต่อหน้าและลับหลังจะดีกว่า

เพราะเมื่อวันใดที่เราประสบความสำเร็จบ้าง วันนั้นเขาก็จะมาคืนให้ สิ่งนั้นก็คือ กำลังใจดี ๆ

วิธีการ คือ เดินไปและยื่นมือขวา พร้อมกับพูดว่า  "ยินดีด้วยนะครับ" กรณีเป็นผู้ชาย

หรือ หากเป็นผู้หญิง ก็พูดคำว่า “ยินดีด้วยนะค่ะ” ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนครับ

 

6. O.K เยี่ยมมาก

ท่านี้เราจะเดินไปหาเขาและแสดงความดีใจโดยเอามือตบกันเบา ๆ จะข้างเดียว หรือสองข้าง

จะบนลงล่างจะล่างขึ้นบน ก็สุดแท้จะแสดงออกกัน พร้อมกับพูดว่า “O.K เยี่ยมมากครับ" กรณีเป็นผู้ชาย

หรือ หากเป็นผู้หญิง ก็พูดคำว่า “O.K เยี่ยมมากค่ะ”

แต่ขอย้ำอย่าตบกันแรงนะครับ เดี๋ยวมือแดง แล้วจะหาว่าไม่เตือน

เอาละท่าต่าง ๆ ในการชื่นชม ลองเลือกใช้ให้เหมาะสม ทำแล้วไม่เคอะเขิน ค่อย ๆ ทำ ดูนะครับ

ถัดมาจะเป็นท่าทางในการให้กำลังใจคนอื่น ในวันที่เขาท้อ นั่นคือ

 

7. อย่าท้อนะ

บางครั้งคนเราก็ต้องมีหลากหลายอารมณ์ไม่ว่าจะเป็น สุข เศร้า เหงา หัวเราะ ปะปนกันไป

เพราะเราเป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อมีหัวใจดวงน้อย ๆ คนเราสามารถท้อได้ แต่อย่าท้อนานเดี๋ยวจะกลายเป็นถดถอย

ดังนั้นเมื่อเราเห็นคนอื่นทุกข์จงอย่ารีรอที่จะช่วยให้เขาผ่อนคลายจากอารมณ์ท้อ จากท้อใหญ่ ให้เหลือท้อเล็ก

โดยเฉพาะถ้าเราทำงานในองค์กรและเป็นหัวหน้างาน  เมื่อเห็นลูกน้องท้อจากการทำงานหรือปัญหาส่วนตัว

จงรีบไปคุยเพื่อช่วยเขาให้หาทางออกจากปัญหานั้นซะ หรือผ่อนหนักให้เป็นเบาก็ยังดีกว่า ไม่ได้ทำอะไร นิ่งเฉย ตำลึงทอง นะขอรับ

วิธีการ แค่เดินไปตบไหล่เบา ขอย้ำ ตบเบา ๆ นะครับ และพูดคำว่า “อย่าท้อนะครับ” กรณีเป็นผู้ชาย

หรือ หากเป็นผู้หญิง ก็พูดคำว่า “อย่าท้อนะค่ะ” และเสริมด้วยประโยคเพิ่มเติม

นั่นคือ มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะครับ / ค่ะไม่ต้องเกรงใจ

หรือ พูดคำว่า สู้ ๆ นะครับ/ค่ะ เราเป็นกำลังใจให้

เพราะคำพูดในเชิงบวก อาจทำให้คนที่ฟังมีกำลังใจขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อยครับ

และวันหนึ่งที่เราท้อ เขาอาจเติมเต็มให้เราบ้างก็ได้นะครับ

เอาละ เมื่อเราให้กำลังใจคนอื่นไปแล้ว ก็ต้องรู้จัก ขอบคุณเป็นการตอบแทน

 

8.ขอบคุณ

คำว่า “ขอบคุณ” เป็นคำพูดที่เป็นเชิงบวก และควรหัดพูดให้ติดปากอยู่บ่อย ๆ เช่น เพื่อนช่วยเหลืองานเรา

เราก็ต้องรู้จักขอบคุณเพื่อนคนนั้น หรือใครเป็นหัวหน้าก็ควรรู้จักขอบคุณทีมงานที่ช่วยเหลือกันจนงาน

บรรลุเป้าหมาย เพราะคำว่า “ขอบคุณ” มีแต่ได้ ไม่มีเสีย

ลองฝึกพูดให้ติดปาก เติมคำว่า ครับ หรือ ค่ะ ลงไปต่อท้ายด้วย จะยิ่งงามครับ ลองดู

คนเราทำผิดได้เสมอ และคนที่ทำผิดพลาดย่อมต้องการโอกาสในการแก้ไข ท่าที่ 9 คือ

 

9.ขอโทษ

ผิด ต้องรู้ว่า ผิด อย่าฝืนดันทุรังทำในสิ่งที่ผิด แต่ใจเราคิดว่ามันถูก แบบนั้นย่อมไม่ดีงานแน่นอนครับ

ผมเชื่อเสมอ คนเราทำผิดต้องรู้จัก “ขอโทษ” คนอื่น และขอโอกาสในการแก้ไข

ซึ่งหากเขาขอโทษเราแล้ว คนที่รับต้องรู้จักการให้อภัย และโอกาสในการแก้ไขกับเขา

ซึ่งคนที่ได้รับโอกาสแล้ว จงอย่าผิดพลาดในเรื่องเดิม ๆ เพราะโอกาสไม่มีบ่อย ๆ ครับ จำไว้

 

10.สร้างเสียงหัวเราะร่วมกัน

มาถึงท่าสุดท้ายและท้ายสุด นั่นคือ การสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกัน

นั่นคือ การฝึกหัวเราะเพื่อบำบัดความเครียดให้กับการทำงานของตนเอง

วิธีการง่าย ๆ ลองหาเวลาว่างช่วงพักกลางวัน คุยในเรื่องที่สร้างสรรค์ เรื่องที่ทำให้อมยิ้ม

จนหลุดหัวเราะ เพื่อสร้างความรัก ความผูกพันในการทำงานร่วมกัน และยิ่งหัวเราะบ่อย ๆ

เราจะเป็นคนอารมณ์ดี มีความดี ๆ สร้างสรรค์ในการทำงาน รู้อย่างนี้จะรอช้าอยู่ทำไม หัวเราะกันเลยครับ ลุย

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ  10  ท่าในการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ ยากไหมครับ

ผมคิดว่าทั้ง 10 ท่า จะมีประโยชน์กับทุกท่านและจะยิ่งดีมาก ๆ ถ้าเรานำความรู้นั้นไปลงมือปฏิบัติ

ทำครั้งแรกอาจเคอะเขิน แต่พอทำไปบ่อย ๆ เราก็จะชินและมองว่ามันคือส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา

และผลที่ตามมา คือ การมีคนรักมากกว่าคนเกลียด เชื่อผมเถอะ !!

 

ท่านสามารถติดตาม Dr.fish ได้ทาง Line แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยทำตามขั้นตอน คือ

1.ค้นหา ID : Dr.fish กรุณากดลิงก์ด้านล่าง หรือค้นหา ID "@dr.fish" ที่ LINE หรือ LINE@ 

(กรุณาใส่ "@" ด้วย) แล้วเพิ่มเป็นเพื่อนของคุณ

 2. คลิก Link http://line.me/ti/p/%40dr.fish

 

ประโยชน์ที่จะได้รับในการเป็นเพื่อนกับ dr.fish คือ

1.ได้รับข้อมูลการพัฒนาตนเองที่เป็นประโยชน์ วิธีคิดในเชิงบวก ทุกเช้า 7.30 น.ทุกวัน

2. สามารถปรึกษาการทำงาน วิธีคิดได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเกรงใจครับ ยินดีมาก ๆ ครับ

 

คิดบวก คิดถึง Dr.fish

เขียนโดย อ.มงคล กรัตะนุตถะ

วิทยากร นักคิด นักเขียน 

 

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 250,399