สื่อสารในเชิงบวกเพื่อความสุขที่ยั่งยืน

ปัญหาของการสื่อสารในองค์กรนับวันยิ่งทำให้การทำงานสะดุดมากขึ้นเรื่อย ๆ

จะดีกว่าไหม หากทุกคนในองค์กรหันหน้ามาคุยกันให้มากขึ้น และมององค์กรเป็นหลัก

มากกว่าความคิดของตนเองที่อยากเอาชนะผู้อื่นจนทำให้ความสัมพันธ์ในการทำงานแย่ลง

บทความนี้ ผมขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปค้นหาปัญหาของการสื่อสาร

พร้อมวิธีแก้ไขเพื่อนำไปใช้ในการทำงานร่วมกัน นั่นคือ

1.ไม่ชอบรับฟังซึ่งกันและกัน

ปัญหาของการสื่อสารที่ร้ายแรงที่สุดในองค์กร คือ การไม่รับฟังข้อมูลซึ่งกันและกันจนทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน

และทำให้เกิดปัญหาในการทำงานระยะยาว เพราะทุกคนต่างมีความคิดของตนเอง จนทำให้มองภาพความคิดของตนเอง

เพียงอย่างเดียว ซึ่งหากเราเปิดใจเราจะรับรู้ว่า ต่อให้ทำงานเก่งแค่ไหน ก็ทำงานตัวคนเดียวไม่ได้ครับ

ดังนั้น การทำงานร่วมกับผู้อื่นนับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและทำให้องค์กรสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้

วิธีแก้ไข การไม่รับฟังซึ่งกันและกัน คือ

ลองเปิดใจรับฟังข้อมูลของผู้ส่งสาร และคิด วิเคราะห์ แยกแยะ หากข้อมูลมีประโยชน์จงนำไปใช้พัฒนาตนเอง

ทว่า ข้อมูลนั้นไม่มีประโยชน์ก็แค่รับฟังและนิ่งเฉยไปครับ ดีกว่าที่ต่อล้อต่อเถียงกันไปไม่จบแน่นอนครับ

2.ใช้อารมณ์ในการสื่อสาร

การสื่อสารประกอบไปด้วย คำพูด น้ำเสียง และท่าทาง โดยเฉพาะคำพูดที่ใช้น้ำเสียงปนกับอารมณ์ย่อมทำ

ให้ขาดการไตร่ตรองในคำพูดนั้น ๆ จนทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกันจนนำไปสู่ปัญหาที่ยากเกินเยียวยา

วิธีแก้ไข การใช้อารมณ์ในการสื่อสาร

จงคิดก่อนพูดทุกครั้ง เพราะก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด ทว่าหากพูดไปแล้ว คำพูดนั้นเป็นนายเรา อาจย้อนกลับมาทิ่มแทง

จิตใจจนบอบช้ำได้ จากการพูดที่ปะปนไปด้วยอารมณ์เชิงลบ และจงจำให้ขึ้นใจว่า หากเราพูดดี พูดสุภาพ พูดสร้างสรรค์

คำพูดของเราย่อมทำให้เกิดโอกาสดี ๆ ในการทำงานและการใช้ชีวิต ซึ่งใคร ๆ ก็อยากเดินเข้าหาคนที่พูดจาดี

กลับกันหากเราพูดแล้วทำให้คนฟัง เสียหาย เสียหน้า เสียใจ และเสียความรู้สึก จากอารมณ์ของเรา

แบบนี้ ความสัมพันธ์ย่อมขาดสะบั้นแน่นอนครับ คิดก่อนพูดทุกครั้งดีนักแล

3.ขาดสัมมาคารวะต่อคนรอบตัว

การให้เกียรติผู้อื่น เกียรตินั้นย่อมคืนกลับมาหาเรา คิดง่าย ๆ หากเรายิ้มให้กลับกระจก รอยยิ้มนั้นย่อมสะท้อนกลับมา

หากเราบึ้งใส่กระจก รอยบึ้งนั้นย่อมย้อนกลับมาหาเราเช่นกัน ฉันใด ฉันนั้น

เพราะการสื่อสารไม่ได้มีเพียง คำพูด และน้ำเสียงเพียงอย่างเดียว แต่การสื่อสารที่ทรงพลัง

ย่อมเกิดจากพลังของการกระทำ ย่อมทำให้เกิดการโน้มน้าวจิตใจคนให้คล้อยตามได้ครับ

แต่ปัญหา คือ ทุกคนไม่ยอมใช้ภาษากายในการสื่อสารต่อคนรอบข้าง ทุกวันนี้ เราขาดการยิ้มให้กัน

เราขาดการไหว้ซึ่งกันและกัน เราขาดการชื่นชม เราขาดการให้กำลังใจที่ ต้องใช้ภาษากายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ

วิธีการแก้ไข ขาดสัมมาคารวะต่อคนรอบตัว

กล้าเป็นผู้ให้ก่อนผู้รับ คำว่าให้ในมุมมองของผมนั้น ไม่ใช่ให้เงินทองของมีค่า แต่ให้คุณค่าทางการกระทำ

เช่น อยากให้คนอื่นยิ้มให้เรา เราต้องเริ่มต้นยิ้มให้คนอื่นก่อน อยากให้คนอื่นเคารพเรา เราต้องให้เกียรติ เคารพต่อผู้อื่น

ก่อน การให้ไม่มีเสียครับ มีแต่ได้ นั่นคือ ความสุขจากการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ภาษากายมีอิทธิผลเสมอนะครับ

ลองใช้ภาษากายจากรอยยิ้มมุมปากของเรา และเราจะรู้ว่า ความสุขเกิดขึ้นแล้วในตัวเรา

4.ขาดระบบในการสื่อสาร

มาถึงข้อสุดท้าย ชองปัญหาในการสื่อสารภายในองค์กร นั่นคือ ขาดระบบในการสื่อสารที่ดี

ระบบในมุมมองของผมนั้น เป็นระบบของการทำงานที่ต้องมีเอกสารในการบันทึกข้อมูล

หรือใช้เทคโนโลยีในการเก็บข้อมูล แต่คนส่วนใหญ่มักปล่อยปะละเลยในการเก็บข้อมูล

จนทำให้เกิดความผิดพลาดในการสื่อสาร เพราะทะนงตนว่า ฉันจำได้ สุดท้ายงานหลุด เสียหายมานักต่อนักครับ

วิธีการแก้ไข ขาดระบบในการสื่อสาร

การทำงานในยุคปัจจุบัน เราต้องเรียนรู้การใช้เครื่องมือในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้อง แบบฟอร์มต่าง ๆ

ในการทำงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น อีเมล์ , line และอื่น ๆ ที่องค์กรนำมาใช้

และจงระมัดระวังการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะการสื่อสารทางเดียว ขาดการโต้ตอบ อย่าคิดว่าผู้รับสารจะได้รับสาร

ครบถ้วน  ควรมีการทบทวนสารที่ส่งอยู่เสมอ เช่น หากส่งข้อมูลผ่านระบบอีเมล์ ก็ควรมีการยกหูโทรศัพท์แจ้งให้ผู้รับสาร

รับทราบถึงการส่งข้อมูลไปให้แล้ว เพราะหากเป็นงานสำคัญและเร่งด่วน จะได้ป้องกันความผิดพลาดจากผู้รับสาร

ดังนั้น ต่อให้เราจะมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ดีแค่ไหน ทว่า คนทำงานยังไม่หันหน้ามาสื่อสารพูดคุยกัน  

ระบบที่สร้างขึ้นนั้นย่อมล้มเหลวไม่เป็นท่า ไม่ใช่จากระบบนะครับ แต่จากคน นั่นเองครับ

เพราะการสื่อสาร คือ ปัจจัยต้น ๆ ในการทำงานให้ราบรื่น และประสบผลสำเร็จ

หันหน้ามาคุยกันบ้างครับ อย่ามัวแต่สนใจโลกของตนเอง มองที่ทุกคนจ้องมองแต่หน้าจอโทรศัพท์

โลกที่ทุกคนคุยกันผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม ๆ ทั้ง ๆ ที่นั่งโต๊ะติดกัน ลองคุยกันสักนิด รับฟังกันสักหน่อย

และเราจะรู้ว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกกลม ๆ ใบนี้แน่นอนครับ

เชื่อผมเถอะ ++

 

ท่านสามารถติดตาม Dr.fish ได้ทาง Line แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยทำตามขั้นตอน คือ

1.ค้นหา ID : Dr.fish กรุณากดลิงก์ด้านล่าง หรือค้นหา ID "@dr.fish" ที่ LINE หรือ LINE@ 

(กรุณาใส่ "@" ด้วย) แล้วเพิ่มเป็นเพื่อนของคุณ

 2. คลิก Link http://line.me/ti/p/%40dr.fish

 

ประโยชน์ที่จะได้รับในการเป็นเพื่อนกับ dr.fish คือ

1.ได้รับข้อมูลการพัฒนาตนเองที่เป็นประโยชน์ วิธีคิดในเชิงบวก ทุกเช้า 7.30 น.ทุกวัน

2. สามารถปรึกษาการทำงาน วิธีคิดได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเกรงใจครับ ยินดีมาก ๆ ครับ

 

คิดบวก คิดถึง Dr.fish

เขียนโดย อ.มงคล กรัตะนุตถะ

วิทยากร นักคิด นักเขียน 

 

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 267,814