5 พฤติกรรมบั่นทอนศักยภาพของตัวเรา

หากพูดถึง ศักยภาพ  ตามหลักราชบัณฑิตยสถาน นั่นคือ ภาวะแฝง อํานาจหรือคุณสมบัติที่มีแฝงอยู่ในสิ่งต่าง ๆ
อาจทําให้พัฒนาหรือให้ปรากฏเป็นสิ่งที่ประจักษ์ได้ เช่น เขามีศักยภาพในการทำงานสูง

ซึ่งผมเชื่อว่า ทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง ทว่า เราได้นำศักยภาพที่มีนำมาใช้ในเชิงบวก หรือ เชิงลบ
เพราะหากเรานำมาใช้ในเชิงบวก ย่อมติดจรวดให้เรามีโอกาสประสบความสำเร็จ
แต่หากเรานำมาใช้ในเชิงลบ ย่อมเกิดผลกระทบทำให้เราติดหลุมพรางจนยากจะดึงตัวเองกลับขึ้นมาในจุดที่พอดี

บทความนี้ผมขอกล่าวถึงศักยภาพในเชิงลบ ที่ทำลายความคิดของเราให้ตกต่ำไร้ซึ่งความสุข
และประสบความสำเร็จ นั่นคือ

  • ไม่อยากตื่นในวันทำงาน
  • ท้อแท้กับปัญหาที่เจอในแต่ละวัน
  • อยากทำแต่สิ่งเดิม ๆ
  • เซ็งทุกครั้งที่มีงานเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากสิ่งที่รับผิดชอบ
  • อยากให้เลิกงานเร็ว ๆ

เริ่มต้นที่

1.ไม่อยากตื่นในวันทำงาน

ใครที่กำลังคิดว่าเบื่อหน่อยสุด ๆ ที่ต้องไปทำงานในแต่ล่ะวัน ผมอยากให้รีบเปลี่ยนความคิดอย่างเร่งด่วน
เพราะคุณโชคดีแค่ไหนแล้วที่ยังมีงานทำอยู่ เพราะการมีงานย่อมหมายถึง เรายังมีคุณค่า
กลับกันบางคนมีความพยายามมากมายแต่ยังไร้ซึ่งงานที่ทำ ดังนั้น จงภูมิใจที่ทุกครั้งที่คุณตื่นนอน
คุณยังมีจุดหมายปลายทางที่รู้ว่ากำลังจะออกจากบ้านไปทำสิ่งใด และจงมุ่งมั่นทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุดครับ

2.ท้อแท้กับปัญหาที่เจอในแต่ละวัน

ปัญหาในการทำงาน ผมมองเป็นเรื่องปกติมาก ๆ ครับ เพราะไม่มีปัญหา เท่ากับว่า เรานั้นไม่ได้ทำอะไรเลย
ซึ่งปัญหาหากเราวิเคราะห์ให้ดี ดูว่าเป็นปัจจัยที่เราควบคุมได้ หรือ ควบคุมไม่ได้ 
เพราะหากเจอปัญหาที่เราควบคุมไม่ได้ วิธีการที่ดีที่สุด คือ ยอมรับและปล่อยวางในเชิงอารมณ์ เพื่อตั้งสติ 
เมื่อมีสติมากขึ้นก็หันมาถามตนเองว่า เราจะแก้ไขปัญหาที่เป็นปัจจัยที่ควบคุมได้อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี 
นำไปสู่ทางออกของปัญหา ผมมีแนวคิดแบบนี้นะครับ คือ 
ทุกครั้งที่เจอปัญหาจะทำให้เรามีมุมมอง มีประสบการณ์ที่มากขึ้น 
ยิ่งหากเรามีความเชื่อที่ดี มีแนวทางในการแก้ไขปัญหา มีใจที่สู้ ปัญหาย่อมมีทางออก 
และยิ่งแก้ไขปัญหาเก่ง เรายิ่งมีโอกาสเติบโตทั้งศักยภาพจากภายใน 
จนคนรอบข้างเห็นคุณค่าในตัวเราจนมีโอกาสประสบความสำเร็จในวันข้างหน้าแน่นอนครับ

3.อยากทำแต่สิ่งเดิม ๆ

ผมโชคดีที่มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาคนมาตลอด 10 ปีทั้งจากงานประจำในส่วนของฝ่ายทรัพยากรบุคคล
และปัจจุบันที่มีโอกาสเดินทางไปพัฒนาความคิดของผู้คน ทำให้ผมเห็นพฤติกรรมของคนในองค์กรที่มีทั้งไฟแรง
มีความมุ่งมั่นอยากพัฒนางานให้ดีขึ้นในทุก ๆ วัน ซึ่งหากมีกลุ่มคนประเภทนี้เยอะ ๆ องค์กรย่อมเติบโตแน่นอน
ทว่ากลับกันมีดี ย่อมมีแย่ครับ เป็นสัจธรรมของชีวิต ที่ต้องมีคนอีกกลุ่มที่ทำงานแบบเดิม ๆ 
ไม่อยากเปลี่ยนแปลงทั้งวิธีคิด และวิธีการ ยึดติดแต่สิ่งที่เคยทำมา กลัวการเปลี่ยนแปลง 
ดังนั้นเราต้องคิดใหม่ครับ เพราะทำแบบเดิม ย่อมได้ผลลัพธ์ในแบบเดิม ๆ ซึ่งโลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าสมัยก่อนเยอะมาก ๆ 
โดยเฉพาะตั้งแต่เราเข้าสู่ยุคออนไลน์ ธุรกิจขับเคลื่อนด้วยระบบ ทุกธุรกิจแข่งขันด้วยเทคโนโลยีที่สูง
เพื่อตอบสนองความต้องการที่รวดเร็วของลูกค้า การปรับเปลี่ยนวิธีคิด ปรับเปลี่ยนวิธีการ และปรับเปลี่ยนใจให้สู้
กับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายและควรทำอย่างยิ่ง หากวันนี้เรายังอยากเติบโตก้าวหน้าต่อไป

4.เซ็งทุกครั้งที่มีงานเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากสิ่งที่รับผิดชอบ

เพราะการทำงาน ยิ่งทำเยอะยิ่งได้รับประสบการณ์ ความรู้ ทักษะที่มากขึ้น ใครที่ทำแต่งานเดิมๆ ของตนเอง
เราต้องรีบปรับวิธีคิดใหม่ได้แล้วครับ เพราะวันนี้เราต้องกล้าเปิดใจรับงานใหม่ ๆ ที่เข้ามาให้มากขึ้น
มองระยะยาวมากว่าระยะสั้น อดทน เรียนรู้งานให้มาก ๆ เพื่อวันข้างหน้าสิ่งที่เราเรียนรู้จะทำให้เรามีโอกาส
เติบโตในสายงานที่ทำ หรือ ถ้าเราเก็บเกี่ยวมากพอกับองค์ความรู้ เราย่อมสามารถอัพเกรดตำแหน่งจากองค์กรอื่น
หรือการเป็นเจ้าของกิจการก็ย่อมได้ ดังนั้น จงภูมิใจทุกครั้งที่เจ้านายมอบหมายงานใหม่ ๆ ภารกิจใหม่ ๆให้ทำ
เพราะนั่น คือ คุณค่าที่เรากำลังจะได้รับเพื่ออนาคตที่ดีในระยะยาวครับ

5.อยากให้เลิกงานเร็ว ๆ

เคยนั่งทำงานไปมองนาฬิกาไปไหมครับ ผมว่ายิ่งมอง นาฬิกายิ่งเดินช้ามากกว่าเดินเร็ว 
ทว่าหากวันไหนไม่มองนาฬิกา กลับเดินเร็วจนทำงานแทบไม่ทัน 
เหมือนที่เรามักจะได้ยินบ่อย ๆ ว่า ความสุขมักผ่านไปเร็ว แต่ความทุกข์มักอยู่กับเราค่อนข้างนาน 
ซึ่งผมคิดว่าคนที่เอาแต่มองนาฬิกา และมีความคิดอยากให้เลิกงานเร็ว ๆ 
อาจเป็นเพราะใจไม่มีความสุขกับงานที่ทำ องค์กรที่อยู่ จนอยากให้เลิกงานเร็ว ๆ เพื่อจะได้ไปใช้ชีวิตที่อยากทำ
ซึ่งผมเองก็เคยมีความคิดแบบนี้เหมือนกันสมัยทำงานประจำ

ดังนั้นจงรีบปรับความคิดใหม่ 
งานไหนที่เราไม่อยากทำ แต่ต้องรับผิดชอบในการทำ แค่ปรับความคิด เปิดใจเรียนรู้ เพราะสิ่งที่ไม่ชอบวันนี้
อาจรักในระยะยาวก็ย่อมได้ ตัวอย่าง ผมเองไม่ชอบงานขาย แต่ต้องมาจับงานขาย ซึ่งแรก ๆ ผมก็ไม่ชอบ
ไม่ถนัดในการคุยกับลูกค้า แต่พอลองเปิดใจ วางแผนงานให้ดี 
ทำให้ผมได้รับความรู้จนสามารถมาเปิดธุรกิจตนเองได้ 
เห็นไหมครับ แค่เราเปิดใจ สนุกกับสิ่งที่ทำ เวลาจะเดินเร็ว จนคราวนี้เราอาจบ่นว่า ทำไมเวลาเดินเร็วจัง !!

การคิดในเชิงบวก คือ ความสุขที่ทำให้เรามีชีวิตอย่างมีเป้าหมาย 
การคิดในเชิงลบ คือ การบั่นทอนศักยภาพของตัวเรา

ทุกอย่างเราเลือกคิดได้ครับ บทความนี้ผมให้แนวทางไปแล้ว ผมคงห้ามความคิดผู้อื่นไม่ได้
แต่คุณผู้อ่านสามารถเลือกปรับความคิดตนเองได้ ลองดูนะครับ

เชื่อผมเถอะ ++

 

ท่านสามารถติดตาม Dr.fish ได้ทาง Line แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยทำตามขั้นตอน คือ

1.ค้นหา ID : Dr.fish กรุณากดลิงก์ด้านล่าง หรือค้นหา ID "@dr.fish" ที่ LINE หรือ LINE@ 

(กรุณาใส่ "@" ด้วย) แล้วเพิ่มเป็นเพื่อนของคุณ

 2. คลิก Link http://line.me/ti/p/%40dr.fish

 

ประโยชน์ที่จะได้รับในการเป็นเพื่อนกับ dr.fish คือ

1.ได้รับข้อมูลการพัฒนาตนเองที่เป็นประโยชน์ วิธีคิดในเชิงบวก ทุกเช้า 7.30 น.ทุกวัน

2. สามารถปรึกษาการทำงาน วิธีคิดได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเกรงใจครับ ยินดีมาก ๆ ครับ

 

คิดบวก คิดถึง Dr.fish

เขียนโดย อ.มงคล กรัตะนุตถะ

วิทยากร นักคิด นักเขียน

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 267,814