ศิลปะการสื่อสารของผู้นำ เพื่อสร้างความเข้าใจต่อคนฟัง

ขึ้นชื่อว่า “ผู้นำ” สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอ นั่นคือ คำพูด และ การกระทำ

เพราะ 2 สิ่งนี้ถือว่ามีความสำคัญในการปกครองลูกน้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

หากผู้นำวัน ๆ เอาแต่พูด แต่ไม่ค่อยแสดงออกซึ่งการกระทำ ลูกน้องย่อมไม่เชื่อถือและการทำงานย่อมมีโอกาสสะดุด

กลับกันหากวัน ๆ เอาแต่มุ่งมั่นทำแต่งานของตนเอง จนขาดการสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อทีมงาน

ก็ยากอีกเช่นกัน ที่ลูกน้องจะเข้าใจในสิ่งที่ปฏิบัติ

 

ดังนั้น ทางที่ดี ผู้นำควรเก่งทั้งการสื่อสาร และเก่งในการกระทำ เพื่อสร้างการเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป

และการสื่อสารที่ผู้นำต้องทำอยู่เสมอ นั่นคือ การให้ข้อมูลป้อนกลับ Feedback กับลูกน้อง

โดยเฉพาะ การตำหนิเพื่อให้ลูกน้องปรับปรุงแก้ไขผลงานตนเอง

เพราะไม่มีใครสามารถบอกคนอื่นให้เขารับฟังได้  นอกเหนือจากผู้นำของลูกน้องท่านนั้น

การตำหนิไม่ใช่สิ่งที่ผิดครับ หากการตำหนินั้นเป็นการหวังดีให้ผู้ถูกตำหนิปรับปรุงตนเอง

แต่การตำหนินั้นเป็นศิลปะที่ต้องเข้าใจ เพราะคนฟังมีหลายรูปแบบ

 

บางคนเข้าใจ...แต่บางคนไม่เข้าใจ

 

อีกทั้งการตำหนิต้องระวัง อย่าตำหนิลูกน้องต่อหน้าคนอื่น ๆ ในทีม

เพราะจะทำให้เกิดการอับอาย ดังคำพูดหนึ่งที่พูดว่า

ทุกครั้งเวลาที่พูดอะไรออกไป อย่าทำให้เขา เสียหาย เสียหน้า เสียใจ และเสียความรู้สึก

คิดก่อนพูดทุกครั้ง เพราะคำพูดเมื่อพูดออกไปแล้วย่อมยากที่จะหวนคืนกลับมา

อย่าลืมว่า คนไทยรักเกียรติ รักศักดิ์ศรีของตนเอง  นะครับ

 

การตำหนิจึงควรเรียกลูกน้องท่านนั้นเข้ามาคุยเป็นการส่วนตัวย่อมดีกว่า

และใช้หลักการในการพูดคุยนั่นคือ

 

การ ชม 2 ตำหนิ 1

 

การชมครั้งที่ 1

เพื่อการแจ้งถึงข้อดีในสิ่งที่ทำ ไว้ดีอยู่แล้ว ไม่มีใครทำผิดไปซะทั้งหมดหรอกครับ

ท่านผู้นำต้องพยายามหาข้อดีของเขาบ้าง

 

จากนั้นค่อยตำหนิ

เพื่อให้เขาเกิดการพัฒนาในสิ่งที่ผิดพลาด ให้สิ่งนั้นดีขึ้นต่อไปในอนาคต

ข้อนี้ต้องพึงระวัง อย่าอคติต่อลูกน้อง แต่ต้องชี้ประเด็นให้ลูกน้องเห็นว่าผิดจริง ๆ แบบเถียงไม่ขึ้น

หรือ หากลูกน้องไม่ทำอะไรผิด แต่เห็นลูกน้องเริ่มเฉย ๆ เฉื่อยชา กับการทำงาน จงใช้การกระตุ้นลูกน้อง

และบอกถึงความสำเร็จปลายทางว่า ถ้าทำได้ดีขึ้นอีกจะได้อะไรในบั้นปลาย ก็สามารถกระตุ้นได้เช่นกัน

 

และชมครั้งที่ 2

เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เพราะลูกน้องทุกคนอยากได้คำพูดสร้างกำลังใจจากคนที่เป็นหัวหน้างาน

ถ้าเราเชื่อมั่นในตัวลูกน้อง เขาย่อมมีความเชื่อมั่นต่อตนเองเช่นกัน การพูดครั้งนี้เพื่อทำให้เขา

นำสิ่งที่ต้องปรับปรุงไปแก้ไข หรือพัฒนางานนั้นให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

 

การเป็นผู้นำ ต้องรู้จักมองลูกน้องทั้งข้อดี และข้อเสีย

ผู้นำไม่สามารถมองด้านใดด้านหนึ่งของลูกน้องอย่างเดียวนะครับ

เหรียญย่อมมี 2 ด้าน คนเองก็มี 2 มุมเสมอ

ในฐานะที่ต้องดูแล รับผิดชอบ ชีวิตในทีมงานแล้วนั้น

เรื่องการสื่อสาร เป็นเรื่องที่ผู้นำต้องเรียนรู้ ทั้งศาสตร์ และ ศิลปะในการบังคับบัญชา

 

จำไว้ว่า อยากได้อะไรจากคนอื่น เราต้องปฏิบัติต่อคนอื่นก่อนเสมอ

อยากให้ลูกน้องรัก ก็ต้องเริ่มรักลูกน้องให้เป็นก่อน

มองลูกน้องทุกคนในเชิงการพัฒนา มากกว่าตำแหน่งหน้าที่

หากเราพัฒนาลูกน้องจนเก่งกว่าเรา เราต้องภาคภูมิใจ

เพราะหากเขาเก่ง รับผิดชอบงานได้ดี ใครกันหน่อที่สบาย

ผู้นำใช่ไหมครับ

 

เชื่อผมเถอะ!!

 

ท่านสามารถติดตาม Dr.fish ได้ทาง Line แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยทำตามขั้นตอน คือ

1.ค้นหา ID : Dr.fish กรุณากดลิงก์ด้านล่าง หรือค้นหา ID "@dr.fish" ที่ LINE หรือ LINE@ 

(กรุณาใส่ "@" ด้วย) แล้วเพิ่มเป็นเพื่อนของคุณ

2. คลิก Link http://line.me/ti/p/%40dr.fish

 

ประโยชน์ที่จะได้รับในการเป็นเพื่อนกับ dr.fish คือ

1.ได้รับข้อมูลการพัฒนาตนเองที่เป็นประโยชน์ วิธีคิดในเชิงบวก ทุกเช้า 7.30 น.ทุกวัน

2. สามารถปรึกษาการทำงาน วิธีคิดได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเกรงใจครับ ยินดีมาก ๆ ครับ

 

คิดบวก คิดถึง Dr.fish

เขียนโดย อ.มงคล กรัตะนุตถะ

วิทยากร นักคิด นักเขียน  

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 273,298